Alone in Memories : โดดเดี่ยวในความทรงจำ
posted on 08 Apr 2005 12:43 by firodendon in Doujin-Comicฟิคที่กำลังจะทำเป็นโดค่ะ 'w' แต่งไว้นานแล้ว
เอามาแปะที่นี่ เพราะกลัวหาย XD
Title:Alone inMemories
ชื่อไทย(มีด้วยแฮะ): โดดเดี่ยวในความทรงจำ
Author: Firodendon
Pairing:ไม่ระบุ
Rate: PG (ล่ะมั้ง)
ฉันไม่ค่อยชอบผลข้างเคียงจากยานี้เท่าไหร่เลยนะ ถึงมันจะออกฤทธิ์ชะงัดนักก็เถอะ
มาดามพอมฟรีย์พูดพลางปิดประตูตู้ยาดังฉับ ก่อนจะหันมาหาชายคนที่ยืนรอรับขวดยาในมือของเธอ
รีมัส ลูปินยิ้มน้อยๆ เดี๋ยวผมจะกลับไปชงชาร้อนๆดื่มสักถ้วยที่ห้องทำงานของผมครับ เขาตอบ
มาดามพอมฟรีย์มองเขาครู่หนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะยื่นขวดยาป้อมๆนั้นมาให้เขา
ขอบคุณครับ ลูปินยิ้มกว้างพลางรับมันมา เขาเปิดฝาขวดและเขย่ามันเล็กน้อย ยาเม็ดเล็กสีเทาจางๆหล่นลงผ่ามือเขาเม็ดหนึ่ง
มาดามพอมฟรีย์มองตามขณะที่ลูปินกินยานี้เข้าไป เธอรู้ว่าอดีตนักเรียนดีเด่นของฮอกวอตต์อย่างเขาต้องจัดการกับเรื่องแบบนี้ได้อย่างแน่นอน มันเป็นเรื่องง่ายๆเหมือนกัดช็อคโกแล็ตเข้าปากแต่เธอก็ไม่วายบ่นอยู่ดีขณะรับขวดยาที่ปิดเรียบร้อยแล้วกลับมาใส่ในตู้ยาคุณขอให้ศาสตราจารย์เสนปปรุงซิกล่า (Zigla)ให้ก็ได้นี่ มันออกฤทธิ์เหมือนกันและไม่มีผลข้างเคียงเหมือนเจ้าอัลกิซ (Algiz) นี่
ผมไม่อยากรบกวนเขามากกว่านี่น่ะ ตอนนี้เขาก็ปรุงยานั้นให้ผมอยู่ ลูปินตอบเรื่อยๆ ขอบคุณน่ะครับมาดาม ผมรู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว
น้ำเสียงเขาดูร่าเริงขึ้นดังว่า
มาดามพยักหน้ารับก่อนจะหันไปง่วนกับสมุดงานของเธอต่อ
ลูปินหันไปมองรอบๆห้องพยาบาล เขายังไม่อยากรีบกลับห้องนัก แสงแดดอ่อนๆส่องไปทั่วห้องนี้ ทำให้เตียงนอนสีขาวที่เรียงอย่างเป็นระเบียบดูขาวขึ้นกว่าเดิม ลูปินนึกขำเมื่อคิดได้ว่า กว่าจะจบปีสุดท้าย แฮร์รี่คงเคยนอนแบบบนเตียงเหล่านี้ครบทุกเตียง
ไม่ว่าจะเป็นเพราะควิชดิชหรือเรื่องอื่นๆ
อันที่จริง เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องตลกสินะ
จะว่าไป เรื่องเจ็บตัวนอนห้องพยาบาลนี่ เจมส์กับซีเรียสรวมกันยังไม่บ่อยเท่าแฮร์รี่ คงเพราะทั้งสองคนไม่มีใครมุ่งร้าย..ปกติทั้งสองคนจะเป็นฝ่ายมาเยี่ยมเขาที่ห้องพยาบาลมากกว่า หรือไม่ก็เข้ามาทำแผลเล็กๆน้อยๆที่เกิดจากการเสกคาถาใส่กันแน่นอนกับเสนป
ราวกับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ลูปินยังมองเห็นภาพเลยว่าเจมส์เคยนั่งยันแขนที่เก้าอี้ไม้ไม่มีพนักตัวที่อยู่ใกล้ๆเขานี้ ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยขณะที่มาดามพอมฟรีย์ใช้น้ำยาสีม่วงที่มีควันลอยขึ้นมาโปะแผลเหวอะบนหน้าของเขา มีซีเรียสที่ทำหน้าระรื่น กับปีเตอร์ที่สีหน้าตื่นๆ ยืนดูใกล้ๆ
ที่เตียงพยาบาลที่อยู่หน้าสุดนี่ก็เหมือนกัน เขาเห็นภาพได้ชัดเจนทีเดียวว่าซีเรียสทำหน้าเบื่อหน่ายแค่ไหนที่ต้องนอนต่อไปอีกพักหนึ่งตามที่มาดามพอมฟรีย์สั่ง และเจมส์ก็แอบบหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ที่ทำให้ซีเรียสอารมณ์ดีขึ้นทันที
จำได้ว่าตอนนั้นเขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
ฉันว่าคุณกลับไปชงชาดื่มได้แล้วล่ะมั้ง เสียงพูดเรียบๆของมาดามพอมฟรีย์ขัดขึ้น
ลูปินหัวเราะเบาๆ ครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวก่อน
มาดามพอมฟรีย์ไม่ตอบว่าอะไรขณะที่ชายหนุ่มเดินไปที่ประตู หมุนลูกบิด
และออกจากห้องไป
ระเบียงทางเดินตอนนี้เงียบเชียบ ลูปินนึกสงสัยในความผิดปกตินี้ครู่หนึ่งก่อนจะก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เด็กส่วนใหญ่จะออกไปเที่ยวฮอกส์มี้ดกัน
พูดถึงฮอกส์มี้ด.
เขากำลังเดินผ่านรูปปั้นรูปหนึ่งที่ดูคุ้นตา แม่มดหลังค่อมนี้เคยเปิดทางให้พวกเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ภาพของซีเรียสกำลังชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่รูปปั้นนั้นลอยขึ้นมาอย่างเด่นชัด ดวงตาสีเข้มของเด็กหนุ่มข้างหน้าหันมาทอประกายวิบวับให้เขาก่อนจะกวักมือเป็นเชิงให้เขาตามไป แต่พักหนึ่ง ภาพนั้นก็จางหายไป
.ซีเรียสเองก็รู้จักทางเข้านี้อย่างดี
ลูปินรู้สึกเย็นวาบเมื่อนึกได้ถึงข้อนี้ มันเป็นทางเข้าเดียวที่น่าจะใช้การได้ และดูเหมือนจะยังไม่มีใครนอกจากพวกเขารู้ เขาควรจะบอกศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ให้ฟิลซ์มาเฝ้าที่นี่.
ทางลับที่ซีเรียสเป็นคนค้นพบ..
อะไรบางอย่างทำให้ลูปินไม่อยากเปิดเผยความลับของมัน
ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ ทิ้งแม่มดหลังค่อมเอาไว้เบื้องหลัง เขากำลังจะก้าวขาขึ้นบันไดพอดีที่มีเด็กชายสองคนประคองกันลงมาจากข้างบน
ซีเรียสกำลังพยุงตัวเขาเอง.ตัวเขาเมื่อตอนปีสาม ปากของซีเรียสขมุบขมิบไม่มีเสียงลอดออกมา แต่ลูปินก็รู้ว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ ไม่มีอะไรในสีหน้าห่วงใยและน้ำเสียงให้กำลังใจของซีเรียสตอนนั้นเลยที่บอกว่าอีกไม่กี่ปีต่อมา เขาจะกลายเป็นคนทรยศ
ภาพนั้นค่อยๆเลือนหายไป ขณะที่ลูปินรู้สึกโหวงๆในท้อง.
ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าเขาควรจะรีบเดินเร็วๆไปที่ห้องทำงานได้แล้วไปชงชาร้อนๆดื่มเสียที
แต่ที่หัวบันได ภาพของเจมส์กับซีเรียสปรากฎขึ้นต่อหน้าเขาอีกครั้ง ทั้งสองถือกระดาษแผนหนึ่งไว้ในมือ หัวชนกันขณะก้มลงมองกระดาษนั้นอย่างสนอกสนใจ
เขาเผลอหยุดมองภาพนั้นพลางนึกสงสัยว่าป่านนี้แผนที่ที่พวกเขาสร้างขึ้นจะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นมันก็คือตอนที่พวกเขาทั้งสี่ออกสำรวจฮอกวอตต์ตอนกลางคืนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจบการศึกษาจากที่นี่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ เด็กปีเจ็ดสี่คนรวมกันไม่มีทางเข้าไปอยู่ในผ้าคลุมล่องหนได้หมด พวกเขาจึงอาศัยเพียงแผนที่
แต่แล้วปีเตอร์ก็เผลอทำมันหลุดมือปลิวไปหาฟิลซ์ ที่ออกเดินตรวจโรงเรียนตอนนั้นพอดี
ตรงมุมระเบียงถัดจากนี้ไปนี่เองที่พวกเขาได้แต่แอบอยู่เงียบๆและมองแผนที่อันมีค่าถูกฟิลด์เก็บไปต่อหน้าต่อตา ปีเตอร์นั้นหน้าซีดเหลือสองนิ้ว
ไปเถอะ เจมส์กระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีแผนที่แล้วเราจะเสี่ยงเกินไป น้ำเสียงของเด็กหนุ่มไม่มีการกล่าวโทษใดๆ
ลูปินรู้สึกเหมือนคำพูดประโยคนั้นลอยมาจากที่ไหนไกลๆ
ชายหนุ่มยิ้มขณะก้าวเท้าต่อไป ถ้าเป็นตอนอยู่ปีห้า เจมส์คงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แผนที่คืนมา
เด็กสาวคนหนึ่งสวนกับเขา ผมยาวประบ่าสีแดงปลิวตามแรงวิ่งของเธอ
ลูปินรีบหันกลับไปมองทันที และเธอคนนั้นก็หันมายิ้มให้เขาเช่นกัน ตราพรีเฟ็คบนอกเสื้อกระทบแสงแดดเป็นประกาย
รีมัส ฉันกำลังตามหาเธออยู่พอดี
มีอะไรหรือ ลิลี่ ลูปินเผลอตอบกลับไป ก่อนจะได้สติในทันที ในขณะที่ภาพเด็กสาวค่อยๆจางหายไป
ลูปินนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงหัวเราะที่ฝาดเฝื่อนเต็มที ภาพจางๆเป็นรูปคนคุ้นเคยค่อยๆปรากฎรอบๆตัวมากขึ้นราวกับตอบรับอารมณ์บางอย่างในตัวเขาตอนนี้
ฉัน.จะไปกับพวกนายด้วย ร่างจางๆของปีเตอร์พูดอย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว
หวัดดี รีมัส แม่ของเธอเป็นยังไงบ้าง ภาพของลิลี่ถามอย่างเป็นห่วงด้วยใจจริง
ไม่เอาน่า จันทร์เจ้า นายเครียดมากไปแล้วนะ เป็นเสียงของเจมส์
ต่อไปนี้ นายก็ไม่ต้องทรมานอยู่คนเดียวอีกแล้วไง ซีเรียสพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง
ลูปินหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ ผลข้างเคียงจากยาจะไม่หายไปจนกว่าเขาจะใช้ยาแก้ แต่อย่างน้อยการควบคุมความคิดตัวเองก็ช่วยได้..
เขารู้ดีว่า ส่วนหนึ่งในใจ ที่เขายืนยันจะใช้ยานี้ นอกจากเพราะสรรพคุณของมัน บางทีอีกใจหนึ่งเขาเองก็หวังที่จะได้เห็นภาพเหล่านี้อีกครั้ง..ขอแค่ได้เห็นอีกครั้งเท่านั้น
เขาไม่เคยคิดเรียกร้องให้วันเก่าๆหวนกลับมา และไม่เคยคิดอยากจะลืมฮอกวอตต์ก็เหมือนกับกล่องความทรงจำของใครหลายๆคน เป็นกล่องขนาดใหญ่ แค่ปล่อยเอาไว้เฉยๆความทรงจำทั้งหลายก็จะอยู่ตามที่ต่างๆที่นี่ แม้จะลางเลือน แต่ก็ไม่ไปไหน
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพเหล่านั้นหายไปแล้ว..
ทั่วทั้งทางเดินไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ ไม่มีรูปภาพไม่มีหุ่นชุดเกราะ
มีแต่ความเงียบ.
ที่ตรงนี้ เขายืนอยู่คนเดียว
แดดยามบ่ายสว่างจ้าสาดไปทั่วทั้งระเบียง และผนังห้องที่เป็นสีอ่อน สีสรรรอบกายช่างราวกับเขายืนอยู่กลางทะเลทราย มีแต่ความว่างเปล่า เคว้งคว้าง
มีเขาอยู่ที่นี่ตามลำพัง
..เหลือเขาอยู่คนเดียว
ไม่มีใครเหลือ
ทุกคนจากไปหมดแล้ว.
ต่อไปนี้ นายก็ไม่ต้องทรมานอยู่คนเดียวอีกแล้วไง คำพูดนี้ดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง.เป็นคำพูดที่เขาจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต
นายโกหก..ซีเรียส
มีภาพเด็กชายคนหนึ่งเดินมาทางนี้ขณะที่เขากำลังจะเข้าไปในห้องทำงาน
เจมส์.
ไม่ใช่ ลูปินบอกตัวเอง นี่ไม่ใช่แค่ภาพจางๆ
แฮร์รี่ใช่ไหม เขาร้องทัก
แฮร์รี่ พอตเตอร์หันมาตามเสียงเรียก ดวงตาสีเขียวสดใสมองมาทางเขา ดวงตาคู่เดียวกับตาคู่นั้น ที่มักจะมองเขาอย่างโอบอ้อมอารี
ชั่วขณะหนึ่งที่ลูปินรู้สึกเหมือนได้เห็นคนสำคัญทั้งสองคนของเขากลับมาอยู่ตรงหน้า
บทสนทนาสั้นๆดำเนินไปอย่างปกติ ลูปินตัดสินใจชวนแฮร์รี่เข้ามาข้างในห้องทำงาน อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่อยากอยู่คนเดียว..
ภาพรางๆของซีเรียสที่เขาเห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นยืนหัวเราะอย่างร่าเริงอยู่ข้างหลังแฮรรี่ที่กำลังนั่งมองไปรอบๆห้อง
ลูปินมองตอบร่างนั้นอย่างเฉยชาขณะที่หยิบกาต้มน้ำขึ้นมา
เด็กคนนี้คือสิ่งมีค่าของเจมส์และลิลี่
คนสำคัญทั้งสองคนของเขา
ฉันจะต้องปกป้องเขาอย่างแน่นอน ซีเรียส ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นนายก็ตาม
นายที่เป็นคนสำคัญพอๆกัน
-----END-----
เป็นฟิคเรื่องแรกที่แต่ง และอาจจะเป็นเรื่องเดียว(หัวเราะ) เพราะหลังจากเรื่องนี้ก็ไม่มีพล็อตอะไรเลย แม้แต่เรื่องออริ เดี๋ยวนี้นึกภาพเป็นสตอรี่บอร์ดการ์ตูนเสียมากกว่า
ตอนที่เราแต่งเรื่องนี้ เรายังไม่หลั่นล้ากับสวนดอกไม้สีม่วง ดังนั้น ขอยืนยันด้วยความสัตย์จริง ด้วยเกียรติของอดีตยุวกาชาด(หัวเราะ) ว่าฟิคเรื่องนี้ไม่ Y
แต่ตอนนี้..........หลังจากเป็นสาวกสวนดอกไม้ฯ.........กลับมาจับเรื่องนี้ทำโดอีกครั้ง
อืม..........ซิริลู ชัดๆ - -''
ตอนนี้โดเพิ่งจะร่างเสร็จ เหลือเก็บรายละเอียดและวาดฉากอีกนิดหน่อย ก็ตัดเส้นล่ะ
โดยส่วนตัวคิดว่าอ่านในแบบฟิคนี่ได้อารมณ์กว่าเยอะ มีหลายฉากที่พอมาทำโดแล้วต้องตัดทิ้ง หรือต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ยกชุด...........เดี๋ยวคงต้องวานทีมงานช่วยแก้ไขอีกที
/me ตบบ่า โบว์และเดียร์
อีกอย่างที่สำคัญก็คือ เราแต่งเรื่องนี้ขึ้นโดยนึกเป็นตัวอักษรๆ คือ แต่งเพื่อเป็นฟิคเลย ในตอนแรก ไม่ได้คิดจะเอามาเขียนเป็นการ์ตูน ผิดกับเรื่องอื่นๆที่แต่งเพื่อเป็นการ์ตูนเลย อันนั้นเราจะนึกภาพเป็นสตอรี่บอร์ดไปเลย ไม่ใช่เป็นประโยคๆ
ก็เลยยากหน่อนในการถ่ายทอดอารมณ์
..................แต่ก็นั่นแหล่ะ ตอนนี้มีเราคนเดียวที่เห็นมันนี่นา มาบ่นอะไรเนี่ย!! XD
เกี่ยวกับยาในเรื่อง Zigla กับ Algiz
สังเกตไหมว่า Zigla ก็คือ Algiz เขียนกลับหลัง :P
ยานี้ไม่มีในเรื่อง Harry จริงๆหรอก ป้าเจเคคงไม่ตั้งชื่อยาง่ายขนาดนี้หรอกมั้ง หึหึหึ
แล้วเราเอามาจากไหน? มีความหมายอะไรแฝงอยู่หรือ?
อยากบอกเหลือเกิน แต่ไม่มีใครถาม (หัวเราะ)
ก็มาเฉลยตรงนี้เลยล่ะกัน

ALGIZ - รูนแห่งอาณาเขตแห่งความคุ้มครองในอดีตเป็นสัญลักษณ์ของวิหารที่เหล่านักรบที่บาดเจ็บจากสงครามจะใช้พักรักษาตัว ผู้อธิษฐานต่อรูนนี้จะได้รับพลังแห่งความคุ้มครองโดยการเพ่งสมาธิถึงความเจ็บปวดหรือความทุกข์ยากลำบากที่เคยได้รับในอดีต เปรียบเสมือนการที่เคยได้พบกับความเจ็บปวดในครั้งอดีตจะทำให้เหล่านักรบแข็งแกร่งขึ้นในศึกต่อไป
ที่มา : http://board.dserver.org/P/PocketFic/00000882.html
รูนตัวนี้เหมือนจะตรงกับแก่นเรื่องมากเลย ก็เลยเอามาใช้ซะ
รูนแห่งอาณาเขตแห่งความคุ้มครองอาณาเขต ในที่นี้หมายถึงฮอกวอตต์
เหล่านักรบที่บาดเจ็บจากสงคราม ก็ คล้ายๆลูปินที่ต้องสูญเสีญเพื่อนไปจนหมด...บาดเจ็บทางใจสินะ (หวาย เน่า)
จะทำให้เหล่านักรบแข็งแกร่งขึ้นในศึกต่อไป ก็อาจหมายถึงในตอนท้ายที่ลูปินคิดแบบนั้น
อืม แฉหมดเลยแฮะ XD
หวังว่าคงมีคนมาอ่านน้อยนะ ฮ่าๆๆ
-ถ้าเป็นเรื่องแรกของเรา เหอๆ คนละเรื่องเลย
-พูดถึงคำว่า เรื่องนี้ไม่Y หุหุ เราเองก็หลวมตัวไปแล้ว
#1 By Albus on 2005-04-08 17:00