Firodendon View my profile

Behind the scenes : That's all ---

posted on 15 Sep 2005 12:54 by firodendon

เป็นคอมิค ออริ 10 หน้าจบค่ะ วาดด้วยดินสอ

หน้า1

หน้า 2

หน้า 3

 หน้า 4

หน้า 5

หน้า 6

หน้า 7

หน้า 8

หน้า 9

หน้า 10

-----จบ-----

ลายมือเราไม่ค่อยสวย ถ้าอ่านยากไปหน่อยก็ขอโทษทีนะคะ แหะๆ แกะเอาเน้อ

นึกไงถึงวาด

เรื่องเนี้ย วาดระบายอารมณ์ของแท้เลยค่ะ (หัวเราะ)

คือตอนนั้นมันอัดอั้นตันใจมาก

อยากบอกว่าข้อความบรรยายความรู้สึกในหน้า 3-8 น่ะ หึหึหึ จากใจ เลย

ว่าไปก็เขินแฮะ (หัวเราะ)

จำได้ว่า วันนั้น พอกลับมาบ้านปุ๊บ เราทิ้งงานทิ้งการ วาดแบบม้วนเดียวจบตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่มเลยล่ะ
ไม่มีเนม วาดเลยสะใจมาก หึหึ

ทำไมถึงชื่อ That's all ---

บอกตามตรงว่า ไม่รู้เหมือนกันค่ะ (หัวเราะ)

เรื่องนี้นี่ ออกมาจาก "อารมณ์"เราทั้งหมดเลย แน่นอนว่ารวมถึงชื่อเรื่อง

คือ ชื่อนี้เรารู้สึกว่า "เสียง" มันสื่ออารมณ์ เราได้ดีที่สุดเลย อารมณ์ในขณะนั้นเลย

ประมาณว่า "จบแล้ว" "พอแล้ว" "พอกันที" อะไรทำนองนั้น

ขณะเดียวกันก็บอกด้วยว่า นี่คือ "ทั้งหมด" แล้ว

หึหึหึหึหึ

ทำไมจบแบบนี้ล่ะ

ไม่รู้สิ อารมณ์มันพาไปง่ะ (หัวเราะ)

บอกแล้วว่าเรื่องนี้ อะไรๆก็มาจากอารมณ์

คือ ตอนแรกไม่ได้นึกให้จบแบบนี้หรอกนะ เป็นอีกแบบนึง

แต่พอวาดมาถึงหน้า 8 ตอนจบนี้ก็แว้บเข้ามาในหัวทันที

จิตใต้สำนึกมั้ง (หัวเราะ)

สังเกตตัวเองเหมือนกันว่า ถ้าไม่คุมความคิดตัวเองให้ดี มักชอบวางพล็อตเรื่องให้จบแนวๆนี้ หึหึ (แต่ปกติก็ ได้แค่คิด ไม่ได้เขียน ฮา)

ตอนที่วาดจบ ก็รู้สึกเหมือนกันว่า ช่างเป็นตอนจบที่แสนจะโหล หึหึ

แต่ก็มีหลายคนไม่เข้าใจตอนจบนะ บางทีอาจต้องวาดหน้าสุดท้ายให้เคลียรกว่านี้หน่อย

ไม่ก็ ขอแนะนำให้อ่านแล้วคิดดีๆอีกสักรอบก็แล้วกันค่ะ

ว่า "ทำไม" ผู้ชาย ถึงเมินผู้หญิง ขนาดนั้น (แนะแล้วนะนี่ อิอิ)

จากสถิติ คนที่ตีความออกมากที่สุดคือ ในบอร์ด PK

แต่คนในบอร์ด Thaicomic จะสนใจความรู้สึกเรามากกว่า ขอบคุณนะคะ ^^

ต้องการจะบอกอะไรรึเปล่า

ในส่วนของแก่นเรื่อง

หรือไอ้ที่ในนิทานมักจะนำหน้าด้วย "นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..." นั่นแหละ

เราลองกลับมาอ่านทวนอีกรอบ แล้วคิดว่ามันตีความได้ 2 แบบเป็นอย่างน้อยน่ะนะ

ก็แล้วแต่จะคิดค่ะว่าได้อะไรจากเรื่องนี้บ้างไหม หึหึ คงพูดมากไม่ได้

เพราะทันทีที่เราเผยแพร่ออกไป มันคือ "มรณกรรมของผู้แต่ง"* นี่นะ เนอะ

เป็นลูกที่รักมากอีกคนหนึ่ง ก็แหม กลั่นจากใจนี่นา

ไว้เดี๋ยวอาจจะมารี ตัดเส้นอีกรอบค่ะ.....ว่างๆนะ (หัวเราะ)

Spacial Thanks : Dearchan

ไม่ได้แก เรื่องนี้ไม่เกิดนะเนี่ย (หัวเราะ)

แต่อย่าให้บ่อยเลยจะดีกว่าเนอะ หึหึหึ

 


 

 

 

*Roland arthea (1915-1980) "มรณกรรมของผู้แต่ง" --- ผู้แต่งไม่มีความหมายต่อไปเมื่อผลงานออกมาสู่สารณชน ผู้คนสามารถตีความได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้แต่ง ผู้แต่งมีหน้าที่แค่สร้างงาน ไม่สามารถบังคับให้ใครคิดตามตนได้

edit @ 10 Oct 2009 23:41:10 by Firodendon

Comment

Comment:

Tweet

จบได้ดีมากค่ะ ^^
แต่อารมรณ์อกหักนี่ไม่เข้าใจจริงๆ (เพราะไม่เคยมีความรัก)
ถ้าเจอจริงไม่รู้จะไหวรึเปล่า sad smile

#9 By Domino on 2012-04-20 09:42

เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากเลย

#8 By prema-ja on 2005-09-17 16:09

โอ้ O_O ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจหน้า 1 กับ 8 นี่ล่ะค่ะ แต่อ่านจนจบแล้วก็เข้าใจในแบบที่ตัวเองตีความเองล่ะนะ
ชอบคำว่ามรณกรรมของผู้แต่ง... จริงแท้อย่างที่สุดเลย

#7 By เดสโทราตี้! on 2005-09-16 12:36

ตอบเดียร์ : ไม่เอาแล้วเฟ้ย!!

#6 By Firodendon on 2005-09-15 19:53

ลายมือไม่เละนะ อ่านรุ้เรื่อง(กว่าเรา)ค่า ^^

ไม่รู้พี่ฟิโระเป็นอะไร แต่ว่ายังไงก็หายเศร้าเร็วๆแล้วกันนะค :D

#5 By Jin on 2005-09-15 18:57

ถ้าไอ้นั่นทำให้วันนึงปั่นร่างได้ 10 หน้า
ชั้นก็อยากลองอีกสักหนนะ คริคริ
...พูดเล่นน่า ก็ร่าเริงเข้าไว้ให้มากขึ้นกว่าเดิม
ขอพูดอีกที ชั้นน่ะลืมง่าย(ถ้าทำถูกวิธี)...จริงๆนะ หุหุ

#4 By dearchan on 2005-09-15 17:40

นี่ก็คือการอู้ของฟิโระด้วยสินะ 555
มาเยี่ยมยามอู้เช่นกันคับ

#3 By โคค่อน on 2005-09-15 16:20

อ่านแล้วๆ

ตีความไม่ค่อยออก งงตอนจบอะ

เพิ่งรู้จักคำว่า มรณกรรมของผู้แต่ง ฟังแล้วดูขลังๆดีแฮะ

#2 By * Night Wanderer * on 2005-09-15 15:11

อ่านแล้วจ้า ก็หนุกใช้ได้ดีนะ ว่าแล้วก็ขอเซฟนะ ฮุ ๆ