Writed by Light(4) : เขียนด้วยแสง

posted on 18 Oct 2005 12:45 by firodendon  in Strawberry

ล้างฟิล์มเสร็จแล้วใช่ไหม?

แล้วมีรูปไหนที่คิดว่าสวย ถ่ายออกมาดี ถูกใจ(และไม่ได้ล้างเสีย) บ้างป่ะ?

ถ้ามีก็เอามาเลย เราจะอัดมัน!!

เฮ-เฮ้ ไม่ใช่แค้นอะไรถึงจะไปอัดมัน~แต่หมายถึงอัดออกมาเป็นรูปๆต่างหาก

อืม...ไม่ขำแฮะ (แล้วยังจะเล่นอีก!!)

เหอๆๆ อย่าไปสนใจมุกแป้กๆเลย มาอัดรูปกันดีกว่า~~

จะอัดรูปขาวดำ อันดับแรกก็ต้องมีฟิล์มขาวดำ---แน่ล่ะว่าต้องล้างแล้ว---ที่ถ่ายมา

ฟิล์มสีจริงๆก็เอามาใช้ได้นะ แต่จะออกมาไม่สวย เพราะถึงจะเป็นสีอ่อนแค่ไหน มันก็เป็นเฉดเทาอยู่ดี ไม่เหมือนฟิล์มขาวดำที่ส่วนนั้นจะขาวไปเลย

ต้องดูให้ดีๆนะว่าฟิล์มที่ล้างมาน่ะ ไม่เป็นรอยขีดข่วน ไม่เป็นคราบน้ำ ไม่งั้นมันจะไปปรากฏให้เห็นตอนอัดแล้ว

ฟิล์มที่เราล้าง ลืมใส่น้ำยาไล่ความชื้น (water flow) ตบท้าย เล่นเอาเป็นคราบน้ำพร้อยเชียว ดีที่เอาผ้าเช็ดแว่นเช็ดๆเข้าก็ออก

แต่รอยขีดข่วนนี่ ชมด. เพื่อนบางคนล้างแล้วไม่เก็บให้ดี ซวยไป ^^''

อันดับต่อไปก็~~กระดาษอัดรูป

เป็นกระดาษขาวๆ ด้านนึงเคลือบสารไวแสงเอาไว้

จะมีขายเป็นกล่องๆ กล่องละ 100 แผ่น ราคาประมาณ 200-300 บาท ต่อกล่อง แล้วแต่ร้าน

เรียนวิชานี้ใช้วิธีหารกับเพื่อนเอา แต่ก็หมดไปหลายกล่องด้วยอุบัติเหตุหลายๆอย่าง

ต้องจำไว้ว่า กระดาษอัดรูปห้าม-โดน-แสง เด็ดขาดดดดดดดด โดนแล้วเสียทันที!

ยกเว้นก็แต่แสงสีแดงในห้องมืดที่โดนได้ เป็นแสงสีเดียวที่ไม่ทำปฏิกริยากับกระดาษอัด

มีเรื่องเล่าจากรุ่นก่อนๆนู้น ที่หารกันชื้อกระดาษอัด แล้วพาซื่อมานับกระดาษแบ่งกันใต้โถงอาคาร

ผลคือต้องไปซื้อใหม่ยกกล่องเพราะกระดาษเสียหมด!

ต่อจากฟิล์มและกระดาษอัด อันดับสุดท้ายก็ต้องมี เครื่องอัดรูป

หน้าตาแบบนี้แหล่ะ

กล้องตัวนี้ท่าจะขี้อายเนอะ ถึงหันหลังให้ อิอิ

ข้างในจะมีหลอดไฟ ช่องใส่ฟิล์ และเลนส์

ถาดข้างล่างที่เห็นเป็นอะไรไขว้กันอยู่นั่นคือเครื่องมือที่ทำให้เรากะได้ว่า กระดาษอัดรูปจะมาวางตรงไหน

แล้วเครื่องเล็กมางซ้ายสุดของรูป คือเครื่องจับเวลา

แล้วจะอธิบายละเอียดกว่านี้อีกทีค่ะ ^^

ห้องมืดคณะเรามีเครื่องอัดรูป 10 เครื่อง แต่ใช้ได้แค่ 6 เครื่อง(หัวเราะ)

แล้วไอ้เครื่องที่ว่า "ใช้ได้" นี่ก็คือแค่ "ใช้ได้" จริงๆนะ...ฮา

บางเครื่องมีอไอ้นู่นแต่ไม่มีไอ้นี่ส่วนเครื่องที่มีไอ้นี่ก็ไม่มีไอ้นู่น น่าจับมารวมร่างกันดีแท้(หัวเราะ)

นี่คือการอัดรูปแบบคร่าวๆค่ะ

ก่อนอื่นก็ให้เลือกรูปที่ต้องการจะอัด ใส่ไว้ในที่หนีบฟิล์ม ขยับให้รูปอยู่ในกรอบ แล้วก็ใส่เข้าเครื่อง

จากนั้นก็...อย่างเพิ่งเอากระดาษอัดออกจากกล่องนะคะ ต้องเปิดไฟดูก่อนว่า แสงมันมาตกตรงไหน จะได้วางกระดาษอัดไว้ตรงนั้น

บางเครื่องไม่มีถาดที่ทำให้กำหนดได้ว่ากระดาษอัดรูปจะวางตรงไหน ต้องเอาสก็อตเทปแปะกำหนดตำแหน่ง (หัวเราะ)

แล้วก็ดูเรื่องโฟกัสด้วย ว่าภาพที่มาตกกระทบนี่ชัดรึยัง

ตรงนี้เราปรับขนาดได้ตามต้องการด้วย หรือไม่ก็ บางทีรูปที่ถ่ายมามีส่วนที่ไม่ต้องการ ก็ขยับไม่ให้มันมาอยู่ในรูปซะก็ได้

จากนั้นก็ค่อยเอากระดาษอัดออกมาวางจุดนั้น อย่าลืมปิดไฟก่อนล่ะ

อ๊ะ แล้วระวังอย่าให้มีรอยนิ้วมือติดตรงหน้ากระดาษล่ะ!

เรียบร้อยแล้วจึงฉายแสง........

ต้องกะให้ได้นะว่าฉายกี่วิรูปถึงจะออกมาสวย ฉายแสงนานไปก็ดำ ฉายแสงน้อยไปภาพก็ไม่ขึ้น

ทำไปสักพักแหล่ะถึงจะดูฟิล์มเป็นว่า รูปไหนควรฉายเท่าไหร่ดี

ถ้ามีเครื่องเครื่องจับเวลาก็ดี จะช่วยให้ฉายแสงได้ตรงตามเวลาที่กะไว้ ไม่คลาดเคลื่อน พอครบเวลา แสงจากเครื่องอัดก็จะดับเลย

บางเครื่องไม่มีเครื่องจับเวลา ต้องนับเอง ไม่ก็เอานาฬิกาตัวเองมาแนบหู ฟังเสียงเดินของเข็มวินาที

ก็มืดๆมันไม่เห็นเข็มนาฬิกาอ่ะ

ฉายแสงเสร็จแล้วก็เอาไปหย่อนใส่ภาดน้ำยาที่เตรียมไว้ รูปก็จะขึ้นมาให้เห็นล่ะ ว่าที่ทำไป หมู่รึจ่า หึหึ

โอ๊ะ-โอ ตรงส่วนนี้ขอยกยอดไว้เล่าให้ฟังคราวหน้าล่ะกันนะ ^^

สุขสันต์วันออกพรรษา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

--w--'' ...confused pa ya ka. 55+
Everything that so hard for me makes me confused~

You're so clever!! >__<

#1 By ★|[NacH]|★ on 2005-10-20 03:21

มีเรื่องเล่าจากรุ่นก่อนๆนู้น ที่หารกันชื้อกระดาษอัด แล้วพาซื่อมานับกระดาษแบ่งกันใต้โถงอาคาร ผลคือต้องไปซื้อใหม่ยกกล่องเพราะกระดาษเสียหมด! >> อุ่ก.... สงสัยร้องอ๊ากกันยกกลุ่มแน่ๆเลย...

#2 By เดสโทราตี้! on 2005-10-20 12:46

อ่านแล้วได้ความรู้ดีจริงๆ และมาหาจ้า

#3 By aprilfool on 2005-10-20 15:08