<< ต่อจาก Entry ที่แล้ว

OFP เป็นสิ่งที่พวกเราเหล่า Creator ใช้เป็นข้อโต้แย้งได้เสมอ เมื่อมีการกระทำผิดทำนองนี้เกิดขึ้น
มันเป็นเครื่องยืนยันว่า ภาพบนอินเตอร์เน็ต มีเจ้าของ ไม่ใช่ของฟรีที่คว้าได้คว้าเอา
และเจ้าของ ผู้สร้างสรรค์งานเหล่านั้นก็ไม่พอใจมากกับการกระทำที่ดูเหมือนกับการ "ขโมย"

การใช้ OFP เป็นการแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งที่ทำให้คนทำผิดได้รู้ตัวว่าผิด

แต่ในความเห็นของเรา OFP ยังมีจุดอ่อนอยู่ 2-3 ข้อค่ะ

ข้อแรก คือคนไม่ค่อยจะอยากอ่าน (หัวเราะ) เพราะเนื้อหามันยาวและสำนวนแบบ "ถูกแปลมา" แถมเรื่องแบบนี้มันต้องทำความเข้าใจในการอ่าน คนส่วนใหญ่มักจะมองผ่านๆไป

ข้อสอง เป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยคนญี่ปุ่น...องค์กรก็คือกลุ่มคนที่รวมตัวกันภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน ซึ่งเราคิดว่าน้ำหนักมันยังไม่มากพอสำหรับบางคนที่อาจจะคิดว่า..."แล้วไงล่ะ" ถ้าฉันจะทำ เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน เท่าที่อ่าน เธอก็แค่ "ขอความร่วมมือ" ไม่ใช่หรอ...ถ้าฉันไม่ให้ล่ะ...

OFP เพีงแต่ชี้แจงความคิดความรู้สึกของคนสร้างสรรค์เท่านั้น ไม่ได้มีบทลงโทษหรือใดๆก็ตามที่ทำให้ได้รู้ว่า ถ้าขโมยผลงานนั้นมาแล้วจะได้ผลเสียอะไร...

ข้อสาม ...ก่อตั้งโดยคนญี่ปุ่น...เนื้อความบางส่วน "ตีความ" ได้ว่าเขาปกป้องภาพของ "คนญี่ปุ่น" เช่น

...นี่เป็นองค์กรซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นโดยนักวาดชาวญี่ปุ่นเพื่อปกป้องภาพวาด (online) จากการถูกนำไปใช้โดย website อื่นโดนไม่ได้รับอนุญาต...

...ผมเห็นมีคนกล่าวว่า "ฉันไม่รู้ว่าทำไมคนญี่ปุ่นต้องห้ามไม่ให้เอางานของตัวเองไปใช้ที่อื่นด้วย ถ้างานของฉันถูกนำไปแสดงที่อื่นๆ ฉันจะรู้สึกภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง" ...

จริงอยู่ที่ไม่ได้มีเนื้อความใดๆบอกว่าเขาปกป้องภาพแฟนอาร์ทฝีมือคนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่มันก็ไม่มีระบุอีกเช่นกันว่าเขาปกป้องภาพแฟนอาร์ทจากทุกประเทศ

ความกำกวมนี้ทำให้บางคนตัดสินจากที่ว่า "มันก่อตั้งโดยคนญี่ปุ่น" ดังนั้น นี่ไม่ใช่ผลงานของคนญี่ปุ่นซะหน่อย ไม่เกี่ยวอะไรหรอก...

ข้อสี่ ...ตามที่เราขีดเส้นใต้คำว่า website เอาไว้
เท่าที่อ่านดู สิ่งที่ OFP เน้นนักเน้นหนาก็คือ การนำภาพแฟนอาร์ทคนอื่นไปตกแต่งเวบไซต์ของตัวเอง อาจเพราะสมัยที่มีการก่อตั้ง OFP นี้มีการกระทำผิดอยู่กรณีเดียวคือการที่ขโมยภาพไปทำเวบฯโดยไม่อนุญาต ซึ่งพอมาถึงตอนนี้มันไม่ใช่แค่นั้นแล้ว

อย่างที่เราว่าไว้ตอนต้น ว่าบางคนเอารูปไปตัดต่อแต่งเติม เปลี่ยนแปลง และถึงขนาดเอาไปใช้ในการค้าขาย!!

ในตอนนี้ OFP คงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเหล่านักวาดในโลกไซเบอร์นี้มากนักหรอกค่ะ
เพราะสิ่งจำเป็นสำหรับ OFP คือ "ความเข้าใจ" ใน ความรู้สึกที่ไม่ดีของผู้สร้างสรรค์ผลงาน
สังเกตไหมว่าส่วนมากแล้ว คนที่ปฏิบัติตาม OFP อย่างเคร่งครัด คือคนที่เป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยกันเอง?
หรืออย่างน้อยก็คือคนที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ OFP พอสมควร ซึ่งก็มีน้อย เพราะไม่เป็นที่รู้จัก...นี่คือข้อห้า ค่ะ

เราคิดว่าถ้าจะ "ทำความเข้าใจ" ให้พวกเขาเหล่านั้น เราควรจะใช้สิ่งที่เราคนไทยรู้จักกันดีมากกว่า

สิ่งนั้นคือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ไงคะ

เคยมีคุณศิชล ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ในกระทู้ รวมข้อกฎหมายตอบโต้ประเด็นที่พวกขโมย Fanart ชอบอ้างผิดๆและการรักษาผลประโยชน์เบื้องต้นของเหล่า Creator ของบอร์ด PK

อยากให้ลองศึกษาดูนะคะ แล้วก็ เอาไปใช้ตอบโต้ได้

แล้วคราวหน้า เราจะลองอธิบายพระราชบัญญัตินี้ในสำนวนของเราดูค่ะ

สุขสันต์วันจ่าย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คิดว่าคงจะได้เวลาออกกฎหมายลงโทษพวกชอบละเมิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจังซะทีนะเนี่ย
จริงๆสมัยก่อนเราๆหลายคนเองก็เคยไปเอาภาพแฟนอาร์ตของเขามาใช้กันเป็นว่าเล่น
แต่พอก่อนที่เราจะเริ่มมาวาดอะไรเองได้ซักพัก ก็...เข้าใจความรู้สึกเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ

มันก็เป็นมารยาทอย่างหนึ่งในอินเตอร์เน็ทที่ถูกมองข้ามและมีคนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจล่ะนะคะ...

#4 By Sonnen (บ.) on 2006-01-27 17:10

พอเริ่มวาดรูปเอง เราก็เข้าใจความรู้สึกนักวาดของญี่ปุ่นบ้างแล้วคะ

ตอนนี้เราเลยพยายามเต็มที่จะไม่โพสต์ภาพคนอื่น รวมทั้งโดจินของญี่ปุ่นทุกเล่ม
เราว่านะ บางคนปกป้องแฟนอาร์ต แต่กลับ เอาโดชาวบ้านเค้ามาแปล แจกให้ดูตามบอร์ด เราว่าเนี้ยมันก็เข้าข่ายเดียวกับการละเมิดสิทธ์ รึบางทีมันแย่กว่าซะอีก เพราะดัดแปลงโดยเจ้าของเค้าไม่ทราบ

#5 By aerith-chan on 2006-01-27 21:21

แง้วววว...Aerith-chanอย่าพูดงี้สิคะ>< ก็จริงอยู่ว่าถึงเราจะจ่ายเงินซื้อโดฯมา แต่เราก็ไม่มีสิทธิ์เผยแพร่ด้วยสื่อประเภทอื่นหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งถึงแม้คนวาดจะไม่ได้แจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนหนังสือมีISBNก็ตามที แต่ว่าคำว่า "ถูกต้องตามกฎหมาย" กับ "ความมีน้ำใจ" มันก็อาจขัดแย้งกันในบางโอกาสนะคะ>< ส่วนเรื่องเอาที่คนอื่นสแกนมาแปลโดยไม่ขอก่อนนั้นก็ถือว่าเราเป็นผู้กระทำผิดลำดับสอง แต่ว่าบทแปลของเราก็ยังถือเป็นผลงานลิขสิทธิ์ของเรา และคนที่เอางานแปลของเราไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เราก็มีสิทธิ์เป็นเจ้าทุกข์ได้เช่นกัน และเราก็อาจเป็นจำเลยในกรณีเอาต้นฉบับมาดัดแปลงแก้ไขใส่บทแปลลงไปโดยไม่ขออนุญาต เนี่ยแหละความซับซ้อนของกฎหมาย แต่ในทางOFPแล้ว เรื่องนี้ราวกับว่าจะยอมรับกันได้ในวงการscanlation(โดยความไม่ยินยอมพร้อมใจแต่ทำอะไรไม่ได้ของนักวาดตัวจริง)เพราะคนแจกก็มักแจ้งว่าถ้าอ่านแล้วชอบรบกวนอุดหนุนหนังสือมือหนึ่งของนักวาดด้วย(เพราะมือสอง เงินตราจะเข้าร้าน ไปไม่ถึงมือคนวาด)น่ะค่ะ

เขียนมาตั้งยาวตกลงเข้ากับเรื่องไหมเนี่ย แหะ แหะ^^" แค่Aerith-chanเมนต์ได้แทงใจดำผู้ก่ออาชญากรรมอย่างเราน่ะค่ะ...ก็เรามันสมาชิกหลักในเกโมร่ากะโซดอมแล้วนี่เนอะ เหอ เหอ

#7 By Lunae in the Air (203.113.32.14) on 2006-02-03 23:45

ประเด็นที่คุณLunae in the air พูดน่าสนใจมากเลย ข้าน้อยจึงยิ่งสงสัยว่า ขอบเขตของคำว่าลิขสิทธิ์ มันหยุดอยู่ที่ตรงไหน?

#8 By คาโตเน่ on 2006-02-09 08:58